เทคนิคพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ในการทำงานสำหรับตนเอง
เราได้เรียนรู้วิธีปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมงานกันไปแล้ว ต่อมาเรามาเรียนรู้เทคนิคพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ในที่ทำงานกันบ้าง เพื่อนำไปปรับใช้เวลาที่เรามีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน

1.ฝึกรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง
สามารถบอกกับตัวเองได้ว่ารู้สึกอย่างไร รับรู้ถึงอารมณ์เปลี่ยนแปลงของตัวเองที่เกิดขึ้น ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตนเอง ยอมรับข้อเสียของตนเอง แม้ผู้อื่นพูดก็สามารถเปิดใจรับมาพิจารณา เพื่อที่จะหาโอกาสปรับปรุงตัวเองหรือใช้เป็นข้อเตือนใจในการแสดงอารมณ์มากขึ้น

2.รับผิดชอบ
เมื่อรู้สึกหงุดหงิด ไม่พอใจ ท้อแท้ ให้เราคิดอยู่เสมอว่าอารมณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเองจากการกระตุ้นของปัจจัยภายนอก ควรหัดแยกแยะและวิเคราะห์สถาณการณ์ด้วยเหตุและผล ไม่คิดเอาเองด้วยความมีอคติ

3.จัดการได้
อารมณ์หงุดหงิดที่เกิดขึ้น สามารถหาวิธีจัดการและคลี่คลายปัญหาให้หมดไปด้วยวิธีการที่เหมาะสม เช่นไม่จมอยู่กับอารมณ์นั้น พยายามเบี่ยงเบนความสนใจโดยหากิจกรรมอื่นทำแทนเพื่อสร้างความเพลิดเพลินอย่าจดจ่ออยู่กับอารมณ์นั้น

4.ฝึกใช้อารมณ์ส่งเสริมความคิด
ฝึกให้ตัวเองคิดแต่ในด้านบวกเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ในการทำงาน มองหาข้อดีในงานที่ทำ ชื่นชมด้านที่ดีของเพื่อนร่วมงานลดอคติและความเคร่งเครียดในจิตใจ จะทำให้ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข

5.ฝึกสมาธิด้วยวิธีการกำหนดจิตใจของตนเอง
การทำสมาธิจะช่วยให้จิตใจสงบ และมีกำลังใจในการพิจารณาสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น และพยายามควบคุมอารมณ์ให้ได้ และตั้งเป้าหมายในชีวิตหรือการทำงานให้ชัดเจน

6.มีความเชื่อมั่นในตนเอง 
การกล้าตัดสินใจที่จะลองทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่ายากกว่าในระดับที่ตัวเองสามารถทำได้ จะเป็นการช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง และยังเป็นโอกาสที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาตนเอง

วิธีปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมงาน
สำหรับสาวออฟฟิศหน้าใสสมาชิกหน้าใหม่ในที่ทำงานเหล่าบัณฑิตจบใหม่ทั้งหลาย การปรับตัวให้เข้ากันได้ดีกับเพื่อนร่วมงานโดยเฉพาะหัวหน้างานและรุ่นพี่ที่อาจเป็นปัญหาบ้าง เพราะสังคมในออฟฟิศต่างจากสมัยเรียนอย่างมากเนื่องด้วยมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง และแต่ละคนก็เป็นผู้ใหญ่แล้วทุกคนก็จะมีอีโก้ในตัวเอง การปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ก็จำเป็นต้องใช้ชีวิตในที่ทำงานเยอะเหลือเกิน

1.คิดก่อนพูด
สิ่งที่ทำให้คุณที่ผิดใจกับเพื่อนร่วมงานได้ง่ายก็คือ คำพูดที่ยังไม่ทันได้คิดแล้วก็พูดออกไปของตัวคุณเองนั้นแหละ ที่คุณเป็นตัวของตัวเองอยากพูดอะไรก็พูดออกมาเลยโดยที่ไม่แคร์ใคร แต่ในชีวิตการทำงานคำพูดแต่ละคำของคุณมีความหมายมากขึ้น ถ้าคุณพูดออกไปโดยไม่ไตรตรองคำพูดนั้นอาจทำให้คนที่ได้ยินขุ่นข้องหมองใจ ในฐานะที่คุณเป็นหน้าใหม่คุณควรระวังคำพูดของคุณให้ดี

2.หยิบยื่นน้ำใจ 
เสนอความช่วยเหลือให้แก่เพื่อนร่วมงานเท่าที่ทำได้ แบบที่ไม่ทำให้ตัวเองลำบากด้วยนะ แม้ความช่วยเหลือของคุณจะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆแต่นั้นก็แสดงถึงมิตรภาพที่คุณหยิบยื่นให้แก่เพื่อนร่วมงาน ย่อมทำให้เขารู้สึกดีกับคุณบ้างไม่มากก็น้อย หากทำได้เป็นประจำแน่นอนว่าคุณจะได้รับน้ำใจกลับคืนมา

3.ไม่ทำตัวเด่นเวอร์
สังคมออฟฟิศมีความเสี่ยงสูงของการหมั่นไส้กัน อันนำไปสู่การนินทาว่าร้าย หาทางสกัดดาวรุ่งด้วยวิธีต่างๆ เด็กใหม่อย่างคุณไม่ควรทำตัวเด่นให้เป็นที่น่าหมั่นไส้ของเพื่อนร่วมงาน อย่างเช่น แต่งตัวเด่นเวอร์เกินหน้าเกินตา ใช้แบรนด์เนม พูดจาเสียงดัง รอให้เก๋ากว่านี้ก่อนแล้วค่อยแซ่บตามใจ

4.ไปไหนไปกัน
เพื่อสร้างความสนิทสนมกับเพื่อนร่วมงานคุณควรหาโอกาสทำกิจกรรมร่วมกับเขาบ้าง เวลาเขาชวนกันไปไหน ถ้าไม่ติดธุระก็ไปกับเขาเถอะ

5.รู้จักใส่หน้ากากกันบ้าง
บางครั้งถึงแม้คุณรู้สึกไม่พอใจ ไม่แฮปปี้กับคำพูดบางอย่างของเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงาน คุณควรที่จะรู้จักเก็บอารมณ์เพราะการแสดงความไม่พอใจออกมามักไม่มีประโยชน์ มีแต่จะสร้างความขุ่นข้องหมองใจระหว่างกัน ยกเว้นการกระทำหรือคำพูดของเขาสร้างความเดือดร้อนให้คุณโดยตรง ก็ว่ากันไปตามสถานการณ์

8 วิธีทำให้เขาสนใจคุณมากขึ้น
1.ไม่เล่าไม่บอกให้เขาฟังทุกเรื่อง
ผู้หญิงเราเองมักจะอดไม่ได้ที่จะหาเรื่องนู่นนี่นั่นมาเล่าให้เขาฟังไปทุกเรื่อง บางทีเขาก็ทำเหมือนว่าเขาตั้งใจฟังเรื่องที่เราเล่าให้เขาฟัง แต่เขาไม่ได้จดจำทุกเรื่องที่คุณเล่าให้เขาฟังหรอก ดังนั้นคุณควรเล่าเรื่องที่คิดว่าเขาสนใจดีกว่า เป็นการลดมลพิษทางเสียงของคุณที่ไปกวนใจเขาจนทำให้เขาแปลกใจว่าทำไมคุณพูดน้อยลง

2.ห่างเขาให้มากกว่าเดิม
บางที่คุณกับเขาก็อาจจะทำตัวติดกันมากเกินไป คุณควรให้ความเป็นส่วนตัวกับเขาบ้าง เพราะทุกคนก็ต้องการความเป็นส่วนตัว ถ้าคุณตัวติดกับเขาตลอดเวลาอาจจะทำให้เขารู้สึกอึดอัดขึ้นมาก็ได้

3.เซอร์ไพรส์เขาด้วยสิ่งที่เขาไม่คาดคิดว่าคุณจะทำ
แบบว่าร้อยวันพันปีคุณไม่เคยเข้าครัวเลย คุณลองเข้าครัวทำอาหารให้เขาลองชิมดูบ้าง แต่คุณต้องมั่นใจน่ะว่ามันอร่อย ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เขาสนใจคุณลดลง

4.แสดงออกซึ่งอาการจิตตก
ใบหน้าเปื้อนยิ้มเป็นความเบิกบานที่น่าชวนมอง แต่ใบหน้าที่มีความกังวลอาจทำให้เขารูสึกเป็นห่วงคุณขึ้นมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ และหันมาถามไถ่อาการจิตตกของคุณ เพราะเขาคงยิ้มไม่ออกที่เห็นคุณเศร้าอยู่แบบนี้

5.ป่วยการเมือง
เป็นวิธีที่คุณสามารถเรียกร้องความสนใจกับเขาได้ เพราะเมื่อคุณไม่สบายมันก็ต้องเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องคอยมาดูแลคุณยามที่คุณเจ็บป่วย

6.ทำตัวไม่สนใจความรัก
ในเมื่อคุณรู้สึกว่าเขาไม่สนใจคุณแล้ว คุณก็ลองทำเป็นไม่สนใจเขาบ้าง ถ้าเขายังรักคุณอยู่เขาจะรู้สึกได้ว่าคุณไม่เหมือนเดิม และเขาจะพยายามทำทุกอย่างให้เหมือนเดิม

7.ทำสวยให้ผิดหูผิดตา
คุณต้องดูแลตัวเองให้ดูดีทำให้สวยขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้เขาตื่นตาตื่นใจและรู้สึกดีกับคุณ เพราะผู้ชายชอบของสวยๆ งามๆ อยู่แล้ว

8.ทำตัวไม่ว่างสำหรับเขาบ้าง
คุณควรหัดปฏิเสธเขาบ้างหรือไม่ก็ทำตัวยุ่งยุ่งไม่ว่างตามคำเรียกร้องของเขา เขาจะได้รู้สึกบางเวลาที่เขาไม่ว่างแล้วถูกเขาปฏิเสธจะรู้สึกอย่างไรอาจจะทำให้เขากลับมาสนใจคุณมากขึ้น

สาเหตุที่ผู้หญิงคิดว่าผู้ชายสนใจแฟนของตัวเองน้อยลง

1.คุณไม่ใหม่สำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว
มนุษย์เราไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิงก็จะรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ที่ได้พบเจออยู่เสมอ ถึงแม้ว่าเขาจะมีคุณเพียงคนเดียว แต่ด้วยระยะเวลาที่ผ่านไปทำให้ความน่าตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจในตัวคุณลดลง 

2.เขากำลังคิดไม่ซื่อกับความรักของคุณ
ถ้าคุณเป็นสาวที่ขี้หึงชอบคิดเล็กคิดน้อย มาเขาเปลี่ยนท่าทีสนใจคุณน้อยลง ความคิดแรกที่คุณต้องคิดคือเขากำลังมีท่าที่เปลี่ยนใจไปจากคุณหรือเปล่า หรือเขากำลังสนใจผู้หญิงคนอื่น คุณจะเกิดอาการระแวงขึ้นมาทันทีเมื่อเขามีท่าทีที่เปลี่ยนไป

3.เขาคงยุ่งกับเรื่องอื่น
ถ้าไม่อยากให้ตัวเองวุ่นวายใจก็ต้องมองโลกในแง่บวกถึงสาเหตุที่เขาใส่ใจคุณลดลง เขาอาจจะงานยุ่งเลยทำให้เขาใส่ใจคุณลดลง เป็นการปลอบตัวเองไม่ให้คิดฟุ้งซ่าน

4.เขาเป็นพวกไม่ค่อยแสดงออก
ผู้ชายบางคนก็เป็นประเภทรักน่ะแต่ไม่แสดงออกคือไม่ค่อยโรแมนติกเอาซะเลย พวกเขาเป็นประเภทที่รู้อยู่แล้วว่ารักก็ไม่เห็นต้องแสดงออกเลย 

5.เขาไม่ทราบว่าคุณต้องการอะไรจากเขา
ผู้ชายเป็นประเภทที่แข็งกระด้างและไม่เข้าใจความรักของผู้หญิง ที่พวกเขาไม่สนใจเท่าที่ควร ก็เพราะพวกเขาไม่รู้ความต้องการของผู้หญิงถ้าเป็นไปได้ก็หาทางบอกเขาซะ

ประโยชน์ของวิตามินซี
ทำให้แผลหายเร็วขึ้น ช่วยในเรื่องการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ นอกจากร่างกายต้องการโปรตีนแล้ว ยังต้องใช้วิตามินซีเพื่อเสริมสร้างเซลล์ผิวหนัง ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรงไม่เกิดอาการอักเสบ ทำให้แผลหายเร็ว

ช่วยป้องกันไมเกรน 
เพราะสาเหตุหลักๆ ของไมเกรนเกิดจากความเครียด วิตามินซีจะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย เป็นการลดความเครียดไปในตัว

สร้างความแข็งแรงให้เม็ดเลือดขาว 
ถ้าเม็ดเลือดขาวของคุณอ่อนแอคุณจะกลายเป็นสาวขี้โรค เพราะเม็ดเลือดขาวจะเป็นตัวปกป้องร่างกาย
ไม่ให้เชื้อโรคบุกเข้ามา

ช่วยป้องกันโรคต้อกระจก 
ต้อกระจกเกิดจากเลนส์ตาถูกรบกวนจากมลพิษ เช่น แสงแดด รังสียูวี ควันรถ ควันบุหรี่ แต่วิตามินซีจะช่วยให้เลนส์ตาเราแข็งแรงช่วยต่อต้านมลพิษได้

ทำให้ผิวพรรณสวยเต่งตึง 
สาวผิวสวยที่อยากมีผิวสวยจะขาดวิตามินซีไม่ได้เลย เพราะวิตามินซีเป็นอาหารที่ทำให้เซลล์เนื้อเยื่อแข็งแรงอุดมไปด้วยคอลลาเจนผิวถึงได้สวยใส ไม่มีจุดด่างดำและริ้วรอย

ช่วยให้เหงือกแข็งแรง 
วิตามินซีจะช่วยซ่อมเซลล์บริเวณเหงือก ทำให้แผลที่เหงือกหายเร็ว และยังทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรงป้องกันเลือดออกตามไรฟัน

ช่วยบรรเทาอาการของโรคหวัด และช่วยต้านทานโรคหัวใจ

โรคร้ายของผู้หญิงที่ต้องเฝ้าระวัง

1.โรคเครียด 
หลายคนเป็นและไม่คิดว่ามันนจะเป็นเรื่องที่ร้ายแรงอะไร แต่ขอบอกว่าคุณเข้าใจผิด เพราะเมื่อมีภาวะเครียดเกิดขึ้นไม่ว่าจะเรื่องงานเรื่องครอบครัว จะทำให้ความดันโลหิตสูงและหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ทำให้ระบบการทำงานในร่างกายผิดปกติ ซึ่งความเครียดก็เป็นสาเหตุเริ่มต้นที่จะตามมาอีกหลายโรค อย่าง โรคมะเร็ง ความดันเลือดสูง หลอดเลือดหังใจ แผลในกระเพาะอาหาร แผลในลำไส้ใหญ่ วิตกกังวล ย้ำคิดย้ำทำ ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน ความเครียดเป็นสาเหตุหลักของโรคต่าง ที่สำคัญถ้าไม่อยากหน้าแก่กว่าวัยควรหยุดเครียดได้แล้ว หากิจกรรมสนุกๆ ทำ ดีกว่ามานั่งจมกับความคิดของตัวเอง

2.มะเร็งปากมดลูก
สิ่งแวดล้อมปัจจุบัน หากเราดูแลตังเองไม่ดี เครียด กินอาหารไขมันสูง ไม่สะอาด แน่นอนว่าโรคมะเร็งเริ่มก่อตัวในร่างกายคุณแล้ว ดังนั้น ควรกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หากพบความผิดปกติทางร่างกาย เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ ปวดประจำเดือนมากจนผิดปกติ ต้องปรึกษาแพทย์ ถ้าตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ จะแก้ปัญหาได้ทันเวลา

3.ภูมิแพ้
สภาพแวดล้อมในปัจจุบันสิ่งแวดล้อมเป็นพิษอยู่รอบๆ ตัวเราทำให้เป็นสาเหตุหลักของโรคทางเดินหายใจ ต้นเหตุของมลพิษก็มาจากควันพิษโรงงานอุตสาหกรรม จากรถยนต์ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาการก็เริ่มจากหายใจไม่สะดวก อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เป็นหวัด คัดจมูก ถ้ามีอาการก็ควรรักษาสุขภาพออกกำลังกายเป็นประจำ

4.โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ผู้หญิงมีปัญหาทางด้านการขับถ่ายปัสสาวะมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากสรีระที่ไม่สามารถปล่อยเรี่ยราดแบบผู้ชาย และยังอีกหลายสาเหตุจากความเร่งรีบ รถติด ห้องน้ำไม่สะอาด และผู้หญิงก็จะชอบกลั้นปัสสาวะเป็นประจำ ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มเป็นเท่าตัว ทำให้กระเพาะปัสสาวะบวมเพราะผู้หญิงมีท่อน้ำที่สั้นกว่าผู้ชาย เชื้อโรคย้อนกลับเข้าสู่กระเพาะทำให้เกิดการติดเชื้อ จะมีอาการปัสสาวะกระปริดกระปรอย ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆ สามารถรักษาให้หายได้ แต่ทางที่ดีไม่ควรกลั้นปัสสาวะบ่อยๆ

5.โรคไมเกรน
มีอาการปวดศรีษะอย่างรุนแรงส่วนใหญ่จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายแต่เมื่ออายุมากขึ้นอาการก็จะลดลง การกินยาแก้ปวดเป็นแค่เพียงบรรเทาอาการปวด หากกินยาติดต่อกันเป็นเวลานานจะเป็นพิษสะสมในตับ ควรพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ หลีกเลี่ยง ชา กาแฟ ผงชูรส

6.มะเร็งเต้านม
ผู้หญิงทุกคนมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมเท่าเทียมกันถึงแม้ว่าอายุยังไม่เยอะก็อาจจะเกิดได้เหมือนกัน สาวๆ ควรหมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงขนาดและรูปร่างของเต้านม อาการบวมที่รักแร้ ผิวหนังเปลี่ยนแปลง คันแดงผิดปกติ มีเลือดหรือน้ำออกจากหัวนม ร้อยละ 20 ของการมีเลือดออกมีอาการของโรคมะเร็ง การกินอาหารไขมันสูงมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านม

พฤติกรรมหมดสวยของผู้หญิง
พฤติกรรมบางอย่างเราอาจทำวลาที่เราอยู่ในที่ส่วนตัวได้ แต่ถ้าเราเผลอทำต่อหน้าสาธารณะชนแล้วอาจจะทำให้คุณดูไม่ดีไม่งาม

ขมวดคิ้วและชักสีหน้า
ขอบอกว่าสาเหตุนี้แหละที่เป็นสาเหตุของการเหี่ยวย่น คุณอาจจะยังไม่ค่อยรู้สึกเท่าไรเมื่อตอนคุณอยู่ในช่วงวัยรุ่น แต่เมื่อคุณเลยวัยเลขสามแล้วรอยเหี่ยวย่นนั้นจะเด่นชัดขึ้นมาทันที

เลียปาก
เป็นบุคลิกที่ไม่ค่อยดีเท่าไร แถมยังทำให้ปากแห้งเพราะน้ำลายมันจะดูดความชื้นจากริมฝีปาก

ขยี้ตา
อันนี้ใครหลายคนทำจนเป็นนิสัยไปแล้ว ผิวรอบดวงตาบอบบางมากถ้าเราขยี้ตาบ่อยๆ ตีนกาอาจจะมาเยือนก่อนวัยอันควร

กัดเล็บ
นอกจากจะบ่งบอกถึงบุคลิกภาพที่ไม่ดีแล้ว จะทำให้เล็บกุด ไม่แข็งแรงไม่สวยงาม และยังดูสกปรกอีกด้วย

บีบสิว
บีบสิวจะทำให้สิวอักเสบและหายช้ากว่าเดิมและทิ้งรอยดำและอาจทำให้เป็นแผลเป็นอีกด้วย

เกา
ยิ่งเกายิ่งคัน เกาไปเกามาจนเป็นรอยเล็บและอาจเกิดเป็นแผลเป็นได้ ถ้าคุณรู้สึกคันก็ใช้มือลูบเบาเบา

แคะขี้มูก
ต่อให้คุณหน้าตาดีแค่ไหน พฤติกรรมนี้หลายคนถึงกับร้องอี้รับไม่ได้ ดูเป็นคนสกปรกเลอะเทอะ เสียบุคลิกภาพ

ปัญหาสิวที่แผ่นหลัง
สิวที่เกิดบนแผ่นหลังก็มีสาเหตุเดียวกับสิวที่อยู่บนใบหน้า เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน บางคนเวลาอาบมักไม่ค่อยใส่ใจกับแผ่นหลัง
หรืออาจจะถูหลังไม่ถึงจึงทำให้เกิดสิวและยังมีอีกหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวบนแผ่นหลัง

1.สิวที่หลังมักพบกับผู้ที่มีเหงื่อออกง่าย ออกจากห้องแอร์เมื่อไรเหงื่อเป็นต้องออกทุกที ยิ่งหาผลิตภัณฑ์มารักษาสิวที่หลังอาการยิ่งแย่กว่าเดิม เพราะผลิตภัณฑ์ที่ใช้เมื่อรวมกับเหงือทำให้เกิดอาการอุดตันมากยิ่งขึ้น วิธีแก้คือ ถ้าคุณเป็นคนที่เหงื่อออกง่ายควรใส่เสื้อผ้าที่โปรงสบาย ไม่หนาจนเกินไป และไม่ควรใส่เสื้อซ้ำ

2.สิวที่หลังมักพบกับผู้ที่มีรูขุมขนกว้างหรือผิวค่อนข้างหยาบ จะทำให้เกิดสิวได้ง่ายเพราะมีสารเคมีตกค้างในรูขุมขนง่ายกว่าคนที่ผิวละเอียด วิธีแก้คือใส่ใจในการอาบน้ำและใช้ใยขัดตัวถูหลังเบาเบา และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วไม่เกิดอาการแพ้

3.สิวที่หลังอาจเกิดจากการแพ้สบู่  แชมพู ครีมนวด วิธีสังเกตุคือลองหยุดใช้ผลิตภัณฑ์สัก 2-3 วัน ถ้าอาการสิวดีขึ้นแสดงว่าคุณแพ้ผลิตภัณฑ์นั้น คุณก็เปลี่ยนไปใช้แบบที่ไม่มีสารเคมีอย่างสบู่เด็ก

4.สิวที่หลังอาจเกิดจากฮอร์โมนไม่ปกติ คือถ้าคุณคิดว่าคุณทำความสะอาดแผ่นหลังดีแล้วแต่สิวก็ไม่หายสักที่ อาจเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน อันนี้ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

5.สิวอาจเกิดจากร่างกายอ่อนแอ นอนพักผ่อนไม่เพียง ท้องผูกก็ทำให้เกิดสิวได้ คุณจึงควรหันมาดูแลเอาใจใส่ตัวเองทั้งสุขภาพและผิวพรรณให้สดใสอยู่เสมอ

5 ไอเดียออกเดทกับคนพิเศษ
1.ชายทะเล
ชายทะเลเป็นสถานที่ที่เพิ่มความโรแมนติกของคู่รัก ชวนกันเดินเล่นชายหาดแบบสบายๆ รับรองว่าสร้างความโรแมนติกให้คุณสุดๆ คุณจะรู้สึกอบอุ่นกับบรรยากาศอันแสนสบาย ด้วยการนั่งดูพระอาทิตย์กำลังตกดินให้หัวใจหวานช่ำ

2.ริมแม่น้ำ
คุณลองหาสถานที่พักผ่อนริมแม่น้ำบรรยากาศดีๆ สักแห่งนั่งเล่นกันอย่างเพลิดเพลิน พูดคุยกันอย่างเปิดเผย ทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ความใกล้ชิดจะส่งให้คุณและคนพิเศษสร้างความทรงจำร่วมกัน

3.ปิกนิกในสวน
ชวนกันไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ ทำกิจกรรมร่วมกันอย่างเช่น ขี่จักรยาน ตีแบด ก็โรแมนติกมาก ผูกสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

4.ร้านกาแฟ
บอกได้เลยว่าถ้าจะมองหาบรรยากาศอันแสนอบอุ่นแล้วล่ะก็ ร้านกาแฟนี่ล่ะที่จะทำให้เดทของคุณพิเศษที่สุด นอกจากจะได้ชิมขนมอร่อยๆ แล้ว ยังได้เก็บเกี่ยวบรรยากาศอันหวานฉ่ำด้วยการพูดคุยทำความคุ้นเคยกันให้มากขึ้น

5.ย่านโรงเรียนเก่า
ส่วนใหญ่ถ้าพูดถึงการออกเดทแล้วเราจะนึกถึงสถานที่อันหรูหราไว้ก่อน แต่ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นโรงเรียนเก่าของใครสักคนดูเพราะจะได้ศึกษาชีวิตในวัยเด็กของกันและกันสร้างความรู้สึกดีดีต่อกัน

ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องนาฬิกา
สำหรับคนรักนาฬิกาแล้ว นาฬิกาเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภและความเจริญรุ่งเรือง เพราะเสียงของนาฬิกามีพลัง ทำให้คนที่ได้ยินเกิดความกระฉับกระเฉง ยิ่งถ้าเป็นเสียงนาฬิกาโบราณจพยิ่งมีพลังมากเลยที่เดียว จึงได้เกิดความเชื่อเกี่ยวกับนาฬิกาที่มีมาแต่โบราณ 

ตำแหน่งที่แขวนนาฬิกา
ต้องไม่แขวนนาฬิกาไว้ตรงประตูบ้านพอดี เพราะมันเป็นสิ่งแรกที่เราได้เห็นเวลาเดินเข้าบ้าน เชื่อกันว่าเป็นการเร่งวันเร่งคืนให้คนที่เดินเข้าบ้านนี้โดยเฉพาะเจ้าของบ้านหมดอายุขัยเร็ว

นาฬิกาตาย
คนโบราณจะไม่ปล่อยให้นาฬิกาตาย ความเชื่อนี้เชื่อกันมากในหมู่ชาวจีน เพราะเมื่อนาฬิกาตาย โชคลาภ พลังแห่งความก้าวหน้าที่มากับนาฬิกาก็จะพลอยตายไปด้วย

เสียงตีของนาฬิกา
เสียงตีของนาฬิกาเชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ ชื่อเสียง ความเกรียงไกร และช่วยกล่อมจิตใจเจ้าของบ้านให้ร่มเย็นเป็นสุข นาฬิกาที่เอาแต่บอกเวลาแต่ไม่ตีถือว่าไม่ดี ถ้าเอามาแขวนในบ้านจะมีแต่ความเร่งร้อนทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน

หน้าปัดนาฬิกา
หน้าปัดนาฬิกาจะสะท้อนตัวตนของคนที่ใส่มัน คนที่เชื่อเรื่องนาฬิกาจะนิยมใส่นาฬิกาที่หน้าปัดใหญ่ๆ เพิ่มสิริมงคลให้ตังเองดูภูมิฐาน อุดมสมบูรณ์ ร่ำรวย

สีของนาฬิกา
สีของนาฬิกา จะเลือกใสนาฬิกาตามสีวันเกิดหรือราศีของตนเองเพื่อเสริมชีวิตตัวเองให้เจริญก้าวหน้า
ที่มา:kapook
6 เทคนิคหลบอันตรายจากฟ้าผ่าในหน้าฝน
อันตรายอย่างหนึ่งที่มากับฝนฟ้าคะนองก็คือฟ้าผ่า ฟ้าร้อง ฟ้าแลบ และอาจจะเกิดอันตรายกับเราโดยที่ไม่เราคาดไม่ถึงก็ได้เราจึงควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดฟ้าผ่า ควรป้องกันไว้ก่อนที่มันจะเกิด

1.มือถือสายคู่ฟ้า  
อย่ายืนคุยโทรศ้พท์ในที่โล่งเวลาฝนฟ้าเริ่มตั้งเค้าเป็นอันขาด และถ้าฝนตกคุณควรเก็บใส่ซองหนังหรือผ้าให้มิดชิด เพราะอุปกรณ์ในโทรศัพท์อย่างแผ่นโลหะ สายอากาศ แบตเตอรี่ เป็นสื่อล่อสายฟ้า ถ้าไม่ระวังคุณอาจจะโดนฟ้าผ่าได้

2.เลี่ยงสายฟ้า  
ถ้าทำได้ไม่ควรเข้าไปอยู่ใกล้ที่ที่กำลังฝนฟ้าคะนอง วิธีสังเกตุถ้าเห็นสายฟ้าผ่าลงสู่พื้นดินควรเลี่ยงให้ห่างไกลบริเวณนั้น

3.ปิดทีวีขณะฝนตกหนัก
ถ้าฝนตกหนักแล้วมีเสียงฟ้าร้องคุณควรปิดทีวีและถอดปลั๊กออกให้หมด เพราะเสาอากาศก็เป็นสายล่อฟ้าชนิดหนึ่ง ถ้าฟ้าผ่ามาที่เสาอากาศ กระแสไฟฟ้าจะไหลเข้ามาในโทรทัศน์ของคุณและเกิดระเบิดได้

4.อยู่ในอาคารที่มีสายล่อฟ้า
ควรติดสายล่อฟ้าไว้ในอาคารบ้านเรือน เพราะถ้าฟ้าผ่าลงมาสายล่อฟ้าจะดึงสายฟ้าไปจากคนที่อยู่บริเวณนั้น

5.งดใส่เครื่องประดับโลหะ
โลหะเป็นตัวนำไฟฟ้าชั้นยอด ไม่ว่าจะชิ้นเล็กแค่ไหนก็เป็นสายล่อฟ้าได้ดี ควรงดใส่เครื่องประดับโลหะในช่วงฝนตก

6.ท่านั่งป้องกันฟ้าผ่า
ถ้าคุณอย่ในที่โล่งแจ้งกลางสายไฟ คุณควรจะนั่งยองๆ ให้ต่ำที่สุด เพราะฟ้าจะผ่าลงมายังสิ่งที่อยู่สูง เช่น ต้นไม้ เสาไฟฟ้า

นิสัยของผู้หญิงที่ผู้ชายไม่ปลื้ม

ขี้งอน
งอนได้ทุกเรื่อง อยู่ดีๆ เธอก็มีอาการไม่พูดไม่จาซะอย่างนั้น โดยที่ผมยังไม่รู้เลยว่าผมทำอะไรผิด เธอชอบหาว่าแอบบนอกใจ โทรไปไม่รับสาย ชวนทะเลาะชวนเลิกกันตลอด มันน่าเบื่อมากเลยที่ต้องตามง้อขอคืนดีในเรื่องไร้สาระ

ขี้หึง
ขี้หึงจนไม่ลืมหูลืมตา ไม่ว่าจะคุยหยอกล้อเล่นกับเพื่อนผู้หญิงที่ทำงานเธอก็ตามมากระวีกระวาดจนไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าเข้าใกล้ผมอีกแล้ว

ขี้เม้าท์
ผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงที่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องชาวบ้าน โดยเฉพาะเมาส์เรื่องความเป็นชายของผมให้เสียหายยับเยิน

ขี้อ้อน
ผู้ชายเกือบทั้งร้อยชอบผู้หญิงช่างเอาอกเอาใจ ขี้อ้อนทั้งนั้น แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าคุณอ้อนไม่เลือก เธอสามารถทำเสียงอ่อนเสียงหวานกับผู้ชายได้ทุกคน โดยที่ไม่สนความรู้สึกของผู้ชายที่รักคุณเลย ผมรู้สึกว่าเธอกำลังยั่วให้ผมหึง

นิสัยน่าเบื่อของแบดบอยในมุมมองผู้หญิง

นักรักตัวยง
ขึ้นชื่อว่าผู้ชายเจ้าชู้ถึงจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว แต่พวกเขาก็ชอบบริหารเสน่ห์ เมื่อเห็นสาวสวยทีไรก็ต้องโปรยอารมณ์รักไปไดเรื่อยๆ ไม่ได้เกรงใจคนที่กำลังคบหากันอยู่เลย ถ้าคิดจะคบกับคนเจ้าชู้ล่ะก็สาวสาวต้องทำใจ

นักดูบอล...หมดตัว
ดูบอลอย่างเดียวเพื่อความสนุกสนานคงไม่เป็นไร แต่ถ้ามีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็อาจจะทำให้เสียจนถึงขั้นหมดเนื้อหมดตัวกันเลยที่เดียว 

นักแต่งเรื่องดีเด่น
เมื่อใดที่คุณจับโกหกเขาได้ละก็ เขาก็จะสารภาพความจริงกับคุณและพยายามเสริมเติมแต่งเรื่องให้คุณเชื่อเขาอย่างสนิทใจและหายโกรธในตัวเขานักดื่มคอทองแดง ไม่ว่าจะเทศกาลหรือวาระใดก็ตาม หนุ่มช่างสังสรรค์จะดื่มฉลองให้กับทุกโอกาสไม่ว่าจะผิดหวังหรือสมหวัง ดูเหมือนว่าสุราจะเป็นเพื่อนยากของเขาไปแล้ว

นักเลงหัวไม้
ชาติชายมีเลือดนักสู้หัวใจนักรบอยู่ในกายกันทุกคน แต่ยามใดที่เกิดเรื่องก็นึกแต่ใช้กำลังตัดสินปัญหาอย่างใจร้อน ทะเลาะกับใครก็จะต่อยท่าเดียว พฤติกรรมความใจร้อนเช่นนี้มีแต่จะทำให้เราปวดหัว



8 เทคนิคห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์

  1. ฝึกสมองให้เป็นกิจวัตร  สมองก็เปรียบเหมือนร่างกายต้องการการออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรง ดังนั้นถ้าคุณใช้สมองมากเท่าไร การเจริญเติบโตของเซลล์สมองก็เพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้นประสิทธิภาพในการจำก็มากขึ้น กิจกรรมที่แนะนำคือ puzzles หรือ crosswords
  2. รับประทานอาหารเสริม  อาหารเสริมบำรุงสมองอย่างเช่น แปะก๋วย จะช่วยส่งเสริมระบบความจำได้อย่างดีเลิศ เพราะมันช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปสู่สมอง
  3. พยายามทำให้ตัวเองสดชื่นอยู่เสมอ  การรับประทานผักสดและผลไม้มากๆ จะช่วยป้องกันสมองและกระตุ้นการทำงานของระบบความจำ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีสีแดงม่วงพวกตระกูลเบอรี่
  4. ลดปริมาณการดื่มแอลกอฮลล์  แอลกอฮลล์ส่งผลกระทบต่อการปล่อยสารเคมีที่สำคัญในสมอง ส่งผลต่อความสามารถของสมองที่จะสร้างความจำใหม่ขึ้นมาอย่างเช่นเมื่อคืนฉันไปทำอะไรมาบ้าง และยังทำให้ความสามารถในการระลึกถึงเรื่องเก่าๆ ต่ำลงคุณจึงไม่ควรดื่มในปริมาณที่มาก
  5. เคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ  การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ความจำคุณดีขึ้น เพราะตอนที่คุณออกกำลังกายสมองจะเต็มไปด้วยเลือดที่หลั่งไหลออกมาเป็นพิเศษเพิ่มออกซิเจนและกลูโคสให้มากขึ้น ทั้งสองอย่างนี้สำคัญต่อการทำงานของสมอง แต่ถ้าคุณออกกำลังกายอย่างหักโหมมันจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นควรออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ
  6. หัดเขียนข้อความเพื่อเตือนความจำตนเอง  เมื่อในแต่ละวันคุณมีหลายเรื่องที่ต้องทำมากมาย มันก็อาจจะทำให้คุณลืมนู่นลืมนี้ไปบ้างเมื่อในสมองของคุณมีเรื่องให้จดจำตั้งร้อยแปดพันประการ คุณก็เขียนโน็ตเล็กๆ แปะไว้ที่โต๊ะทำงานก็ได้ จะช่วยให้คุณไม่ลืมเรื่องที่สำคัญๆ
  7. รับประทานปลาและไข่  เซลล์สมองจะสร้างตัวจากไขมันโดยเฉพาะโอเมก้า 3 ที่พบในปลาที่มีน้ำมันมากอย่างเช่น ทูน่า แซลมอน แมคเคอเรล และที่สำคัญไข่แดงจะมีสารที่หลั่งออกมาในร่างกายเป็นผลดีต่อระบบความจำ
  8. ทำใจให้สงบ  ถ้าคุณเครียด คลื่นสมองจะเร่งความเร็วขึ้นทำให้คุณหลงนู่นลืมนี้ได้ง่าย คุณต้องมีสมาธิด้วยการหาทางผ่อนคลายให้กับตัวเอง


     การพูดจาแบบเปิดเผยตรงไปตรงมาไม่มีความลับต่อกันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคู่รักเพราะจะทำให้ไม่เกิดระแวงสงสัยซึ่งกันและกัน แต่ในบางเรื่องถ้าเราวิจารณ์เขาตรงๆ หรือบอกอะไรบางสิ่งที่ส่งผลในแง่ลบ เขาอาจจะรู้สึกไม่ดีต่อคุณก็ได้

อย่าบอกเขาว่าคุณไม่ปลื้มใครบางคนในบ้านของเขา
อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องห้ามหลุดจากใจของคุณเป็นอันขาด ขอให้คิดไว้ในใจก็พอ อย่าได้หลุดจากปากของคุณไปเข้าหูเขาเด็ดขาด มันคงไม่ดีแน่ที่คุณรู้สึกไม่ดีกับญาติพี่น้องของเขา ถ้าเขาเป็นหนุ่มที่รักครอบครัวมากเขาก็อาจจะต้องคิดหนักและเห็นแก่ครอบครัวของเขา

อย่าได้บอกว่าคุณเคยคิดจะเลิกกับเขา
อาจเกิดจากอารมณ์โมโหชั่ววูบที่คิดประชดประชันกันแล้วท้าเขาด้วยการบอกเลิก ถ้าคุณชวนเขาด้วยความท้าทายขอกเลิกกับเขาบ่อยๆ จนเขาหมดความอดทนขึ้นมาเขาอาจจะกับมาตอบกับคุณว่า เลิกก็ด้าย

อย่าได้บอกเขาว่าเขาทำงานไม่ได้เรื่อง
นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่เขารู้สึกแย่มากๆ ที่คุณไปวิจารณ์การทำงานของเขา คุณต้องทำให้เขารู้สึกว่าคุณเชื่อมั่นในตัวเขา เพราะอย่างไรก็ตามผู้ชายต้องการการยอมรับในความเป็นผู้นำ สิ่งที่คุณควรทำคือการให้กำลังใจกับเขา

อย่าบอกว่าเพื่อนของเขาแอบมาจิ้จ้ะกับคุณ
ถึงแม้คุณจะไม่ได้ใส่ใจกับความสัมพันธ์ที่เพื่อนของเขาพยายามมาตีท้ายครัว แต่มันเป็นเรื่องที่คุณควรสงวนไว้ เพราะมันอาจจะทำให้เขารู้สึกแย่กับเพื่อนคนนั้น แล้วมันอาจทำให้เขาระแวงในตัวคุณเกิดการเข้าใจผิดและอาจถึงขั้นรุนแรง

อย่าได้บอกว่าคุณเคยนอกใจแฟน
อันนี้หมายถึงแฟนทั้งหมดที่คุณเคยมีมาเลย อย่าได้บอกว่าคุณเคยนอกใจแฟนเพราะมันจะทำให้คุณมีประวัติด่างพร้อย และอาจทำให้เขาหวาดระแวงและกลายเป็นรอยร้าวในชีวิตรักของคุณได้

อย่าบอกเขาว่าคุณเป็นงานบนเตียง
เรียกว่าอย่าแสดงตนมากเกินไปในสิ่งที่เขาไม่คาดคิดว่าคุณเป็นงาน เพราะเรื่องอย่างว่ามันอาจจะเป็นเรื่องที่ทำให้เขารู้สึกเสียหน้าก็ได้ถ้าเขารู้ว่าคุณช่ำชองเรื่องเซ็กซ์ ไม่ใช่ว่าคุณไปเบรกอารมณ์เขาประมาณว่าพี่ไม่ต้องน้องทำเอง อย่างนี้อาจจะทำให้เขาสงสัยได้ว่าคุณไปฝึกฝนวิชานี้จากที่ไหน

อย่าได้บอกว่าเซ็กซ์ของเขาไม่ซู่ซ่าเหมือนเดิม
เพราะมันจะทำลายความมั่นใจของเขาและทำให้เขารู้สึกอับอายไม่ใช่น้อย คุณควรหาวิธีให้เขาปรับปรุงลีลารักแบบที่ไม่ทำลายความมั่นใจอย่างเช่นให้เขาทำตามหนังรักที่เขาเปิดบิ้วอารมณ์ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้เซ็กซ์ของเขาดีขึ้นได้

สิ่งที่จะทำให้ผู้ชายหลงรักคุณมากขึ้น

เอาใจเก่ง
เสน่ห์ของผู้หญิงข้อนี้ แม้จะเป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนทราบกันดี แต่ก็ไม่มีใครทำกันสักเท่าไร เพราะทำตัวสวย เริ่ด เชิด หยิ่งบ้าง ไม่กล้าบ้าง แบบนี่ถ้าต่อให้เริ่ดแค่ไหนถ้าขาดนิสัยความเป็นสาวช่างเอาอกเอาใจ ไม่ว่าผู้ชายหน้าไหนก็ไม่มีใครชอบหรอก

อ่อนหวาน
ไม่จำเป็นว่าคุณจะเป็นสาวเรียบร้อย พูดจาหวานหู แค่มีความอ่อนโยนอ่อนหวานติดตัวไว้บ้างก็เพียงพอแล้ว อย่างน้อยบางอารมณ์ก็น่าจะพูดจาอ่อนโยนบ้างไม่ว่ากับเขาหรือคนอื่นๆ มันยิ่งทำให้คุณดูดีขึ้นอีกเยอะ

เออออ
จะเอาใจแฟนทั้งทีมันต้องมีบางทีที่ต้องหัดเป็นคนหัวอ่อน ยอมเออออตามเขาไปบ้าง แค่เชื่อฟังเขาบ้างในบางโอกาสและยอมรับในสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผลด้วยเช่นกัน เพราะถ้าทำตัวก๋ากั่นไม่ยอมฟังใครเลย ไม่ว่าแฟนคุณหรือใครก็คงไม่ชอบหรอก

ออดอ้อน
ผู้หญิงที่ยอมออดอ้อนคู่รักบ้างในบางโอกาสเหมาะๆ พระเอกของคุณคงรักคุณหมดใจแน่นอน แต่เอาให้พอเหมาะพองาม ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นน่ารำคาญ ผู้ชายเองบางที่ก็อยากทำตัวน่ารักกับคนที่เขาเลิฟเลิฟบ้าง

อารมณ์ขัน
ไม่ว่าสเป็คของเขาจะเป็นสาวเงียบขรึมหรือสาวแข็งกระด้าง อย่างไรก็ตามถ้าคุณไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลยผู้ชายคงจะเซ็งคุณได้สักวัน เมื่อเขารู้สึกว่าอยู่กับคุณแล้วโลกไม่สดใส แต่ไม่จำเป็นว่าคุณต้องเป็นตลกมืออาชีพ เพียงแค่เล่าเรื่องสนุกๆ ขำๆ หัวเราะร่าเริงบ้างเมื่อคนอื่นคุยเรื่องตลก ไม่ใช่นั่งหน้าเดียวตลอดเวลา และไม่ใช่นั่งนินทาใครให้คนอื่นหัวเราะเพราะผู้หญิงขี้นินทาไม่มีเสน่ห์นักหรอก

     สถานการณ์ที่จะทำให้ชายและหญิงเผลอตัวเผลอใจเป็นของกันและกันได้ง่าย ซึ่งอาจจะเกิดผลเสียตามมาถ้ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมทั้งวุฒิภาวะและความรับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา ถ้ายังอยู่ในวัยที่ไม่สมควรก็ต้องระวังตัวระวังใจและนึกถึงในสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา
  1. เมา  สถานการณ์ไร้สติด้วยกันทั้งคู่ เพราะดื่มแอลกอฮอล์มากไปหน่อยก็ทำให้ความไม่ตั้งใจเกิดเป็นเรื่องขึ้นมา แอลกอฮอล์จะทำให้เราควบคุมอารมณ์ไม่อยู่และเผลอใจได้ง่ายและยังมีฤทธิ์ให้เพิ่มความคึกคักขึ้นมาอีก เพราะเมาด้วยกันทั้งคู่แบบนี้ ก็ร่วมกันสร้างสรรค์และตักตวงความสุขให้แก่กันและกัน จากนั้นก็หลับสนิทแบบทั้งเมามายและมีความสุข แต่พอตื่นขึ้นมาและสร่างเมาสติกับคืนมา เขาและเธออาจจะแทบหัวใจวายกับสิ่งที่ได้ทำลงไป
  2. เผลอใจชั่ววูบ  ในแต่ละวันคนเราก็มีช่วงเวลาที่ปล่อยใจไปตามอารมณ์ ยิ่งถ้าชายคนนั้นทำให้คุณมีอากาชวนฝันเคลิบเคลิ้มไปกับจินตนาการ ของคุณแล้วก็ยอมปล่อยกายปล่อยใจไปตามอารมณ์ และอาจจะต้องมานั่งเสียใจภายหลัง เมื่อถึงเวลาที่เขาเจอคนใหม่
  3. คิดว่าเป็นความรัก คู่รักที่ตกหลุมรักกันและตกลงคบหาดูใจเป็นแฟนกันและทั้งคู่ก็ต่างคิดว่าเป็นความรักที่แท้จริงทั้งที่ยังรู้จักกันไม่ถึงเดือน ก็เลยยอมจำนนด้วยการพลีกายให้เป็นของกันและกัน ทั้งที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการดูใจ
  4. โดนลักตอนหลับ เมื่อคนเราหลับหรือสลบด้วยฤทธิ์ของยาที่ทำให้เกิดอาการมึนเมาจนไม่รู้สึกตัวหรือยังรู้สึกตัวอยู่แต่ร่างกายและสติอันน้อยนิด ก็ไม่สามารถทัดทานกำลังของเขาได้
  5. เมื่อประชดรัก การทำตามอารมณ์ประชดประชันความรู้สึกของคนอื่นมักเกิดจากอาการอกหักรักร้าว ก็เลยอาจทำตัวมั่วรักไปซะเลย เพราะชีวิตและความรักออกจะชีช้ำกะหล่ำปลีซะอย่างนี้
  6. เมื่อบรรยากาศเป็นใจ ในบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ฟากฟ้า ท้องทะเล ป่าไม้ ขุนเขา สายน้ำ และอยู่ด้วยกันสองต่อสอง อาจจะทำให้คุณและเขา อยากบอกรักกันแบบใกล้ชิดและสนิทสนมกัน
  7. หลงรูป รส กลิ่น เสียง เมื่อประสพพบเจอกันก็เกิดอาการปิ้งรักขึ้นมาในทันทีในรูปร่างหน้าตา คารมคมคายของกันและกันเมื่อพูดคุยสนิทกันมากขึ้น เขาก็ประชิดตัวคุณมากยิ่งขึ้น คุณก็จะได้กลิ่นความเป็นชายในตัวเขาสร้างความรู้สึกอยากอยู่ใกล้ และก็จบท้ายด้วยการชื่นชมรูป รส กลิ่น เสียงของกันและกัน
  8. ชายหญิงกับความเหงา เมื่อชายที่ขาดความอบอุ่นและสาวขี้เหงามาเจอกัน ก็ยอมเข้าใจความรู้สึกของกันและกันได้ดี ต่างคนต่างคิดมากและขาดความอบอุ่น เขาและก็เลยให้ความรู้สึกทางกายแก่กัน


     มนุษย์เราทุกคนมีความต้องการทางเพศ ผู้หญิงเองก็เช่นกันที่บางวินาทีที่มีความยากสุดๆ แต่เราก็มักจะไม่กล้าเอื้อนเอ่ยกับชายให้บำบัดความต้องการของเรา เพราะมันน่าอายและกระดากปากที่จะชวนเขามาทำอะัไรอย่างว่า แต่คุณก็สามารถสื่อให้เข้ารับรู้ได้ ถ้าคุณอยู่ในวัยที่สมควรและเหมาะสม

  1. คลอเคลียพันกายเขา  ผู้หญิงกับการแตะต้องตัวชายเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่น่ารังเกียจอยู่แล้ว แต่การที่สื่อว่าคุณต้องการเขานั้น ต้องอาศัยการสื่อความตามอารมณ์ที่ค่อนข้างที่จะยั่วยวน เล่นอารมณ์กับส่วนร่างกายของเขาที่ไวต่อความรู้สึก แบบลูบไล้เค้าที่ต้นขาแล้วเลยมาที่ช่วงท้อง หากคุณทราบว่าจุดใดของเขาที่สามารถจุดอารมณ์ของคุณได้ดีก็ปลุกเร้าไปตรงจุดนั้นเลยค่ะ แล้วคุณจะได้ในสิ่งที่ต้องการ
  2. ชวนกันดูหนังรักเพื่อปูทางไปสู่การดูหนังกายของกันและกัน  ชวนกันดูหนังที่ใมีฉากพระเอกกับนางเอกนัวเนียเล่นผีผ้าห่มกัน เขาไม่หันมาชวนคุณบ้างก็เกินไปล่ะ
  3. ซีทรู  เอาใจเขาสูดๆ ด้วยการทำตัวเป็นสาวขี้ร้อนใส่ชุดนอนเพียงตัวเดียวปราศจากชั้นในและอันเดอร์แวร์มาบดบังสายลมเย็นๆ และสายตาสุดหื่นของเขา ซึ่งเชื่อว่าสุดท้ายแล้วคงไม่เหลือแม้แต่ชุดนอนห่มกาย
  4. โชว์ลีลาให้เขาคิดลึก  ท่าทางหรืออาการใดๆ ที่ทำให้ชายหลงจินตนาการสานความรู้สึกสื่อไปยังเรื่องบนเตียงได้อย่างไม่น่ารังเกียจหรือเกินความเป็นผู้หญิงที่น่ารัก คุณควรทำเลยค่ะ หรือแสดงอาการจงใจแบบว่าสร้างจินตการสุดสยิวด้วยการลูบไล้ตามร่างกายจนเขาเกิดอารมณ์และแรงบันดาลใจที่ทำให้คุณหยุดการกระทำใดๆ แล้วให้เขาเป็นฝ่ายกระทำคุณเอง
  5. ยั่วแบบแสร้งทำเป็นไม่ได้ตั้งใจ  ผู้ชายมักรู้สึกตื่นเต้นและมีผลทางอารมณ์และความรู้สึกของพวกเขามาก และหากเหตุนั้นเป็นเรื่องที่บังเอิญและเกิดขึ้นอย่างธรรมชาติ ในเรื่องของอารมณ์และความหวั่นไหวทางเพศก็เช่นกันที่เขาคงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่เห็นประตู้ห้องน้ำถูกลืมเผลอไผลแง้มง้างอยู่และคุณกำลังเริงระบำขัดผิวกายของคุณด้วยฟองสบู่และอารมณ์ของเขาก็จะแข็งดึ๋งดั๋งขึ้นมาทันที หากเขาไปเห็นฉากการทำลายตัวเองของคุณแล้วละก็เขาจะไม่ปล่อยให้โอกาสทองนี้หลุดลอยไปแน่นอน

     เทคนิคที่จะทำให้คนรอบข้างอยากเข้าใกล้และคบคุณเป็นเพื่อนกับคุณกับคุณอย่างปฎิเสธไม่ได้เลยทีเดียว ที่จะทำให้คุณดูมีเสน่ห์น่าดึงดูด และใครที่อยู่ใกล้คุณเขาต้องรู้สึกดีกับคุณอย่างแน่นอน
  • เปิดการสนทนา  การเอ่ยปากทักทายผู้อื่นก่อนย่อมเป็นเรื่องที่ดีแน่นอน เพราะเป็นวิธีที่บ่งบอกว่าสาวๆ นั้นเป็นคนน่ารัก นิสัยดี ไม่หยิ่ง หากสาวๆ เปิดการสนทนาก่อน คนอื่นก็พร้อมที่จะรับรู้ได้ว่าคุณพร้อมที่จะให้เขาเป็นผู้ร่วมสนทนา และการสนทนาก็เริ่มขึ้นอย่างง่ายดาย อันดับแรก คุณต้องทักทายแล้วแถมด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย ใช้น้ำเสียงที่แจ่มใส นุ่มนวล ในการเปิดประเด็นการคุย โดยควรเริ่มจากเรื่องสารทุกข์สุกดิบ ถามไถ่เล็กน้อยแบบไม่ต้องละลาบละล้วงจนเกินไป และไม่ต้องนำไปสู่คำถมที่ยกยอปอปั้นตัวเอง ทางที่ดีเราแนะนำให้คุยในเรื่องที่คุณกับคู่สนทนาสนใจเหมือนกัน รับรองการสนทนานั้นจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานอย่างแน่นอน
  • หน้าตารับแขก  หน้าตาคุณเองต้องเป็นมิตร ไม่ใช่ทำหน้าบึ้งตึงแยกเขี้ยวใส่คนอื่น ประเภทหน้าหงิกหน้างอบอกบุญไม่รับ ใครเห็นก็ไม่อยากเข้าใกล้หรอก เพราะดูจากสีหน้าแล้วก็ดูแล้วว่าไม่อยากสนทนากับใคร หรืออยู่ในอารมณ์ที่ไม่อยากจะพูดจา เอาเป็นว่าสาวๆ ควรยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นมิตรทั้งสีหน้าและแววตา สิ่งเหล่านี้สามารถสื่อสารให้คนรอบข้างรับรู้ได้ว่า คุณไม่ปิดกั้นการเข้ามาทำความรู้จักกับคุณและมีท่าทีเป็นมิตรกับผู้อื่นอีกด้วย
  • แลกเปลี่ยนความคิด  ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าทุกคนมีความคิดเป็นของตนเองแล้วก็ชอบแสดงความคิดของผู้อื่นออกมา แล้วตัวคุณเองก็ต้องเปิดกว้าง ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นด้วย อีกทั้งไม่ละทิ้งความคิดเห็นของตนเองเป็นการดีที่สุด การผลัดกันเป็นผู้พูดและผู้ฟังที่ดี เรียนรู้จากสิ่งที่ได้พูดและฟังจะทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายสามารถพัฒนาไปในทางที่ดีื และสานต่อความสัมพันธ์ที่ดีให้เหนียวแน่นและยังยืน




     ไข้หวัดสายพันธุ์ต่างที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัด 2009 ก็แล้วแต่เมื่อมีแหล่งเชื้อโรคแล้วละก็มันก็สามารถแพ่รกระจายไปยังคนทั่วไปได้ อาจจะเป็นเรื่องที่ดูน่ากลัว แต่ถ้าเรารู้จักที่จะป้องกัน โอกาสที่จะติดหวัดจากคนอื่นก็ลดลง แล้วเราจะป้องกันแบบไหนถึงจะไม่เป็นไข้หวัด
  1. ใส่หน้ากากอนามัย  เวลาที่ใครสักคนจามเชื้อโรคก็แพ่รกระจายออกไป จากนั้นก็ล่องลอยอยู่ในอากาสได้เป็นวันๆ  ถ้าไม่ใ่หน้ากากโอกาสที่จะได้รับเชื้อมาก็มีสูงถ้าไม่ป้องกัน และควรจะหาหน้ากากอนามัยชนิด N95 เพราะหน้ากากอนามัน N95 จะกรองอนุภาคได้ถึง 0.3 ไมครอน ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ก่อนใส่หน้ากาก เวลาใส่หน้ากากต้องปรับให้กระชับให้พอดีกับใบหน้า แต่ถ้ารู้สึกว่าหายใจไม่ออกก็ควรหาหน้ากากชนิดอื่นมาใ่แทน ไม่ใส่หน้ากากซ้ำ หน้ากากชนิดกระกาษมีประโยชน์แค่กรองฝุ่นเท่านั้น ไม่สามารถป้องกันไข้หวัดได้
  2. ล้างมือบ่อยๆ  มือเป็นตัวกลางที่พาเชื้อโรคมาสู่ร่างกายได้ง่ายที่สุด ช่วงที่ไข้หวัดระบากคุณควรล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่ พยายามอย่าใช้มือแคะจมูกหรือขยี้ตาโดยตรง ควรใช้มุมผ้าแทน
  3. หลีกเลี่ยงการสัมผัส  สิ่งต่างๆ ที่อยู่ในสาธารณะ เช่น ราวบันไดเลื่อน 
  4. ใช้ช้อนกลาง  ถ้ารับประทานอาหารกับคนอื่นควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำจากแก้วเดียวกันหรือหลอดเดียวกัน ถึงสนิทกันแค่ไหนก็ตาม
  5. เปิดหน้าต่างห้อง  ให้อากาศถ่ายเทสะดวก จะได้ระบายเชื้อโรคในห้องออกไป
  6. ควรงดอยู่ในแหล่งชุมชน  เพราะคนยิ่งเยอะเชื้อโรคก็ยิ่งมาก
  7. ใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาด  สิ่งที่ต้องสัมผัสบ่อยๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์
  8. ทานอาหารที่สุกแล้ว  เลิกทานของไม่สุกชั่วคราว
  9. พักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายเป็นประจำ  ร่างกายแข็งแรงจะได้มีภูมิคุ้มกันให้ห่างไกลจากไข้หวัด